>มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด
มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด2020-06-01T15:46:31+07:00

มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด
(Bangkok Industrial Gas Personal Data Protection Policy)

ด้วย บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย และการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงตระหนักถึงความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม การเก็บรักษา การบริหารจัดการ การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิต่างๆ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทำความเข้าใจมาตราการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) นี้ เนื่องจากมาตรการนี้อธิบายถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติ และนำมาใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามมาตรฐานของการดำเนินธุรกิจอย่างเหมาะสม

มาตรการฉบับนี้ ครอบคลุมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ลูกจ้าง พนักงาน กรรมการบริษัท ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี ลูกค้าและ/หรือ คู่ค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา ทั้งของบริษัท บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุน ซึ่งต่อไปในมาตรการฉบับนี้จะเรียกว่า “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล”

1.  ข้อมูลส่วนบุคคล

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตน หรืออาจจะระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อาทิ ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมลส่วนตัว และ/หรือข้อมูลอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งในรูปเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

2.  การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และให้ความคุ้มครองและรักษาความลับของข้อมูลอย่างดีที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมในการรวบรวม และจัดเก็บข้อมูลอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การปฏิบัติงานภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้บริษัทจะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูลรับรู้ และให้ความยินยอม เป็นเอกสารหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามแบบวิธีการของบริษัท โดยจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับ ข้อกำหนดและกฎระเบียบ
  2. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแต่เรื่อง แรงงานสัมพันธ์ คุ้มครองแรงงาน การประกันภัย ประกันสังคม ภาษีอากร อาชีวะอนามัย สาธารณสุข เป็นต้น
  3. เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  4. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น รวมถึงการปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้บริการของบริษัท
  5. การควบคุมคุณภาพของการให้บริการ การวิจัยและการพัฒนา การปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ของเว็บไซต์ กิจกรรมทางการตลาด

บริษัทจะไม่จัดสรร เปิดเผย ส่งต่อ หรือจำหน่ายข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอกหรือผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เว้นแต่บริษัทได้รับความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว หรือเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาพิพากษาคดีของศาล หรือตามที่ได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ

3.  มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและคุณภาพของข้อมูล

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล จึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดตามแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

4.  การเก็บรักษาและระยะเวลา

  1. ลักษณะการจัดเก็บ บริษัทจะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลโดยจะจัดเก็บเป็น Hard Copy และ/หรือ Soft File
  2. ระยะเวลาการจัดเก็บ บริษัทจะจัดเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้ตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยจะจัดเก็บเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

5.  ข้อจำกัดในการใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

  1. บริษัทจะใช้/เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามความยินยอมของเจ้าของข้อมูล โดยจะต้องเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเก็บ รวบรวม จัดเก็บข้อมูลของบริษัทเท่านั้น บริษัทจะกำกับดูแลพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานของบริษัท มิให้ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่
    1. เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ
    2. เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
    3. เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
    4. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
    5. เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
    6. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
    7. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
  2. บริษัทอาจใช้บริการสารสนเทศของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้ดำเนินการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ให้บริการนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามเก็บ รวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่บริษัทกำหนด

6.  สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัทกำหนด หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล
  2. สิทธิในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ และทำให้เป็นปัจจุบันได้
  3. สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
  4. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิเพิกถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิระงับ และ/หรือเพิกถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับบริษัทตลอดระยะเวลา

7.  ช่องทางการติดต่อบริษัท

บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด
เลขที่ 3 อาคารรัจนาการ ชั้น 11 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
โทรศัพท์: 02-685-6789    โทรสาร: 02-685-6790    อีเมล: bigpersonaldata@bigth.com

Right Menu Icon
บริษัทใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ bigth.com ของท่านที่ดีกว่าเดิม ในการใช้งานเว็บไซต์ของเรา ถือว่าท่านยอมรับการใช้คุกกี้ตามที่ระบุใน มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยอมรับ